เเม่ของฉันคือ .... ทุกสิ่งทุกอย่าง เเม่เป็นได้ทั้งนางฟ้า ที่เเสนใจดี
เป็นพระในบ้าน ซึ่งคอยปกปักษ์รักษาคุ้มครองลูกให้ปลอดภัย
เป็นเเม่ครัว ที่คอยทำกับข้าว หาข้าวหาน้ำให้เรา
เป็นครู ที่คอยสั่งสอนเราให้เป็นคนดีทั้งกาย วาจา เเละใจ เเละตักเตือนเราเวลาเราทำผิด
เป็นคุณหมอ คอยดูเเลเราเวลาเจ็บป่วย
เป็นนาฬิกาปลุก คอยปลุกให้เราตื่นไปโรงเรียนเเต่เช้า
เป็นดอกไม้ ที่คอยส่งกลิ่นหอมหวานเเสดงถึงความสุข
เป็นผ้าห่ม เอาไว้ห่มให้เราอบอุ่นเวลาหนาว
เเละเป็นอะไรอีกมากมาย นับไม่ถ้วน
ถ้าไม่มีแม่ ก็ไม่มีเรา
(: รักของแม่เปรียบดั่ง ทุกสิ่งทุกอย่าง เพราะว่าไม่ว่าจะยามสุขหรือทุกข์ ท่านก็จะคอยให้กำลังใจ เป็นห่วงเป็นใย และมีความสุขร่วมกับเราเสมอ :)
จำนวนการดูหน้าเว็บรวม
วันอังคารที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันสำคัญทางพระพุทธศาสนา - วันอาสาฬหบูชา
อาสาฬหบูชา
ประวัติความเป็นมา
วันอาสาฬหบูชา ตรงกับวันเพ็ญ เดือน 8 ก่อนวันเข้าพรรษา 1 วัน เป็นวันที่พุทธศาสนิกชนแสดงความเคารพต่อพระสงฆ์
อาสาฬหเป็นชื่อเดือน ๘ อาสาฬหบูชาย่อมาจากคำว่าอาสาฬหบูรณ มีบูชา แปลว่า การบูชาพระในวันเพ็ญเดือน ๘ ถ้าปีใดมีเดือน ๘ สองครั้ง ก็จะ เลื่อนไปเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๘ หลัง
หลังจาก สมเด็จพระพุทธองค์ ได้ตรัสรู้ในวันเพ็ญ เดือน 6 แล้ว ได้ทรงใช้เวลาทบทวนสัจธรรมและทรงคำนึงว่าธรรมะที่พระองค์ตรัสรู้นี้ลึกซึ้งมาก ยากที่ผู้อื่นจะรู้ตาม แต่อาศัยพระกรุณานี้เป็นที่ตั้ง จึงทรงพิจารณาแบ่งบุคคลออกเป็น 4 ประเภท(บัว 4 เหล่า) คือ
๑. อุคฆฏิตัญญู ดอกบัวที่อยู่พ้นน้ำ
๒. วิปัจจิตัญญู ดอกบัวที่อยู่ปริ่มน้ำ
๓. เนยยะ ดอกบัวที่อยู่ใต้น้ำ
๔. ปทปรมะ ดอกบัวที่จมอยู่กับโคลนตม
จึงทรงมีพระกรุณาธิคุณ ระลึกอาฬารดาบสและอุททกดาบสว่า มีกิเลสเบาบางสามารถตรัสรู้ได้ทันที แต่ท่านทั้ง 2 ได้ตายแล้ว จึงทรงระลึกถึงปัญจวัคคีย์ ได้ทรงแสดงพระธรรมเทศนาแก่ปัญจวัคคีย์ ทั้ง 5 คือ โกณฑัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ และอัสชิ ซึ่งล้วนแล้วแต่ เป็นผู้อุปฐากพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งยังทรงบำเพ็ญทุกข์กิริยาอยู่ พระธรรมที่ พระพุทธองค์ทรงเทศนาในครั้งนี้มี ชื่อ ธรรมจักกัปปวัตนสูตร ซึ่งมี อริยสัจ ๔ หรือความจริงอันประเสริฐ ๔ ประการได้แก่
๑. ทุกข์ ความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ
๒. สมุทัย เหตุให้เกิดทุกข์
๓. นิโรธ ความดับทุกข์
๔. มรรค ข้อปฎิบัติให้ถึงความดับทุกข์
และหลังจากแสดงพระธรรมเทศนาแล้ว ท่านโกณฑัญญะได้ดวงตาเห็นธรรม เป็นคนแรก ได้กราบฑูลขอบวชและพระพุทธองค์ก็ทรงอนุญาต โดยทรงทำการอุปสมบทให้แบบ เอหิภิกขุอุปสัมปทา นับเป็น"ปฐมสาวก" ของพระพุทธเจ้า
ดังนั้นในวันนี้จึงเป็นวันแรกที่มี พระรัตนตรัยครบองค์สาม คือ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์ เนื่องจากพระพุทธองค์ทรงเทศนาเป็นกัณฑ์แรก จึงเรียกเทศฯกัณฑ์นี้ว่า "ปฐมเทศนา" หรืออีกนัยหนึ่งอาจจะกล่าวได้ว่านับเป็นวันแรก ที่พระพุทธเจ้าทรงประกาศพระพุทธศาสนา
จะเห็นได้ว่า ปรากฏการณ์สำคัญ ๆ ในวันนี้มีถึง 4 ประการ ด้วยกันคือ
1. เป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงแสดงปฐมเทศนา
2. เป็นวันแรกที่พระพุทธองค์ทรงได้ปฐมสาวก
3. เป็นวันแรกที่พระสงฆ์เกิดขึ้นในโลก
4. เป็นวันแรกที่บังเกิดรัตนะครบสาม เป็นพระรัตนตรัย คือ พระพุทธรัตนะ พระธรรมรัตนะ พระสังฆรัตนะ
วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
เเบบฝึกหัดท้ายบทที่ 2
1)
<html>
<head>
<script language =''javascript''>
<!--
var a;
a = prompt ("กรุณากรอกชื่อ-นามสกุล");
alert("สวัสดี"+a);
</script>
</head>
</html>
2)
<html>
<head>
<script language =''javascript''>
<!--
var a;
var b;
a = prompt("กว้าง");
b = prompt("ยาว");
alert("พื้นที่สี่เหลี่ยม"+a*b);
</script>
</head>
</html>
วันอังคารที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
มันอยู่ที่ " มุมมอง "
คุณเห็นอะไร ?
มีน้ำอยู่ตั้งครึ่งเเก้ว หรือ มีน้ำเพียงเเค่ครึ่งเเก้ว
ภาพนี้เเสดงให้เห็นถึงมุมมองของคุนเเต่ละคน ทั้งมุมมองด้านบวกเเละมุมมองด้านลบ บางคนอาจจะมองเป็นมีน้ำเหลืออยู่ตั้งครึ่งแก้วก็จะบอกว่าตนเองมองมุมบวก ส่วนบางคนก็จะมองว่าเหลือน้ำเพียงครึ่งแก้วก็จะถูกหาว่ามองในแง่ลบ
แต่ในการมองภาพน้ำในแก้วครั้งนี้ มันก่อเกิดความคิดบางอย่างแวบเข้ามา เริ่มมีข้อสงสัยว่า คนมองเห็นต่างกันเพียงเพราะว่าแต่ละคนมีแนวความคิดเพียงบวกและลบเท่านั้นหรือ
ในเรื่องของน้ำในแก้วนี้ กรอบความคิดแต่ละคนน่าจะอยู่ที่ ตัวเราเองมีเป้าหมายหรือเคยเกี่ยวข้องกับการใช้ประโยชน์ของน้ำมากแค่ไหน เช่น
* ถ้าเราเคยกระหายน้ำมากและเรต้องการน้ำมาก เราก็จะมองว่า น้ำในเเก้วใบนี้มันมีเเค่เพียงครึ่งเเก้วเท่านั้น
* แต่ถ้าเราไม่กระหายน้ำหรือไม่ต้องการน้ำเลย เราเห็นน้ำในแก้วซึ่งอยู่ในระดับครึ่งแก้ว เราก็จะคิดว่าน้ำมีเหลืออยู่ตั้งครึ่งแก้ว
เพราะฉะนั้น ความคิดของมนุษย์เราจึงไม่เหมือนกัน เเละเกิดความเเตกต่างกัน ไปตาม เป้าหมาย เเละจุดประสงค์ของเเต่ละคน ^ ^
วันจันทร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2555
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
